fbpx

เสริมหน้าอก

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคน

เสริมหน้าอก ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอก ราคา ทำนมได้รับความนิยมกว่าสมัยก่อนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น เทคนิคและวิธีการผ่าตัดของแพทย์ก็พัฒนาตาม การเสริมหน้าอกมีหลายทางเลือก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยควรเลือกผ่าตัดกับศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดเสริมหน้าอก ราคาด้วยถุงเต้านมเทียม หรือถุงซิลิโคนเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะรูปร่างสวยงามและมีความแข็งแรง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรก็สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอด

ซิลิโคนที่โรงพยาบาลเลอลักษณ์เลือกใช้

ใหม่ล่าสุด

New ซิลิโคน “Motiva”

ทำไมถึงต้องเลือก Motiva

  1. มีความยืดหยุ่นสูงด้วยเทคโนโลยี ergonomic
  2. ซิลิโคนผิวกึ่งเรียบกึ่งทราย ความรู้สึกจากการสัมผัสเป็นธรรมชาติเหมือนสัมผัสหน้าอกจริง
  3. เหมาะสำหรับการเสริมแบบใต้กล้ามเนื้อ
  4. ผิวสัมผัสแบบ Nano Texture ลดการเกิดผังผืดได้ดีที่สุด
  5. ลดการฉีกขาดและการเคลื่อนที่ของซิลิโคน

เลือกขนาดอย่างไร

มีตั้งแต่ 100-800 cc. แล้วแต่ความต้องการของคนไข้ การเลือกขนาดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งความสูง ความกว้างของช่วงไหล่ รวมถึงเนื้อหน้าอกว่า มีมากพอที่จะรองรับซิลิโคนได้หรือไม่ ถ้าเนื้อหน้าอกน้อยแต่เสริมเข้าไปเยอะ เมื่อคลำดูอาจจะเจอขอบซิลิโคน ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าคนไข้ตัวเล็กแต่เสริมขนาดใหญ่เกินไปก็จะดูไม่สมส่วน
620105_Ads Silicone-01
มากว่า 500cc 562เคส/ปี
400-500cc 2644เคส/ปี
350-400cc 6256เคส/ปี
300-350cc 1140เคส/ปี
น้อยกว่า 300cc 348เคส/ปี

ตำแหน่งของการผ่าตัด

1. ใต้ราวนม
เป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมเพราะแผลจะหลบอยู่ใต้ราวนมด้านข้าง ยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มองไม่เห็นแม้เวลานอน (แอบยกเว้นสามีไว้คนนึง) การผ่าตัดทำได้เร็วกว่า จัดรูปทรงได้ง่าย เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดบริเวณอื่น

2. บริเวณรักแร้
ข้อดีคือไม่มีแผลเป็นอยู่บริเวณเต้านม ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือ หลังทำจะเจ็บแผลกว่าบริเวณใต้ราวนม และในกรณีถ้าต้องแก้ไข แพทย์มักแนะนำให้ทำบริเวณใต้ราวนม เพราะการแก้ไขทางรักแร้แม้จะทำได้แต่จะได้ผลไม่ดี

เหนือกล้ามเนื้อ/ใต้กล้ามเนื้อ

ตำแหน่งของการวางซิลิโคน

  1. ใต้กล้ามเนื้อ

การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อหน้าอกจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย วางแล้วมองไม่เห็นขอบของถุงซิลิโคน เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกถึงเนื้อนมได้เต็มที่ เพราะถุงซิลิโคนจะซ่อนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ การเสริมใต้กล้ามเนื้อจะค่อนข้างเจ็บแผลในระยะแรก แต่จะลดโอกาสการเกิดพังผืดได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยมีเนื้อเต้านมน้อย การเสริมในตำแหน่งนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

  1. เหนือกล้ามเนื้อ

การวางซิลิโคนตำแหน่งนี้เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกพอสมควร ไม่เหมาะกับคนรูปร่างผอมบาง เพราะเนื้อบริเวณเต้านมจะน้อย ยิ่งผิวหนังบางเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสเห็นซิลิโคนชัดมากขึ้น จะดูไม่เป็นธรรมชาติ แม้ว่าการวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อจะเจ็บปวดน้อยกว่าการวางใต้กล้ามเนื้อ แต่ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง ถ้านวดไม่ดี เวลาเกิดพังผืดรัดจะมองเห็นขอบซิลิโคนเป็นริ้วๆ ได้ และเต้านมมีโอกาสหย่อนคล้อยได้มากกว่า

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะใช้ยาสลบเพื่อความสะดวกและลดอาการเจ็บปวดในการผ่าตัด คลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจใช้แค่ยาชาซึ่งจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ลึกมาก แต่ถ้าเป็นยาสลบจะลึกถึงระบบประสาท แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลบริเวณรักแร้หรือใต้ราวนมตามที่ตกลงกับคนไข้ไว้ หลังจากนั้นทำการแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะค่อยๆ ใส่ซิลิโคนเข้าไปทีละนิดจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้วเย็บปิดแผลด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง

หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร

วิธีดูแลหลังเสริมหน้าอก ราคา ทำนมหลังผ่าตัดแล้วจะได้นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน ต้องใส่สายยางเพื่อระบายเลือดออกทางรักแร้ทั้งสองข้าง และแพทย์จะได้สังเกตอาการโดยรวมทั้งหมดด้วย หลังจากนั้นจะมีอาการปวด ระบม บริเวณหน้าอกและรักแร้ แต่ประมาณ 3-7 วันอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งมีการดูแลหลังการผ่าตัดดังนี้
-ทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ ลดบวมให้หมดตามแพทย์สั่ง

-5 วันหลังผ่าตัดต้องมาพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ

-สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์

-ไม่ควรใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงเหล็กในช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด และใส่แบบมีโครงได้หลังผ่าตัด 6 เดือน

-สามารถออกกำลังกายหรือยกของหนักได้เต็มที่หลังผ่าตัด 2 เดือน

-ไหมที่ใช้ในการผ่าตัดเป็นไหมละลาย จะละลายประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน

-สามารถใช้โรลออนหรือยาทารอยแผลเป็นได้หลังผ่าตัด 1 เดือน (ถ้าใช้เร็วเกินไปจะทำให้แผลแฉะ และไหมจะละลายเร็ว ทำให้แผลปริได้) เดือนแรกให้ใช้ยาทาแผลสด (เบตาดีน)

-หมั่นยกแขนบ่อยๆ โดยยกให้ได้ระดับเสมอไหล่แล้วค่อยๆชูขึ้น โดยประมาณ 1 เดือนจะสามารถชูแขนขึ้นฟ้าได้

-ถ้ามีอาการตึงใต้รักแร้ให้ใช้นิ้วโป้งกดบริเวณที่ตึง อาจมีอาการเจ็บ กดค้างไว้นับ 1-10 แล้วปล่อย ทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พังผืดใต้รักแร้คลายตัวลง

-ถ้ามีอาการชาเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นผลจากกล้ามเนื้อช้ำจากการผ่าตัด จะกลับเป็นปกติภายใน 3-6 เดือน ถ้ามีอาการจี๊ดหรือแปลบถือเป็นอาการปกติ แสดงว่า แผลภายในใกล้หายแล้ว พังผืดสามารถเกิดขึ้นได้แต่ไม่ต้องกังวล ให้หมั่นนวดเป็นประจำก็พอ

แต่การดูแลที่สำคัญมากอีกอย่างคือ “การนวดหน้าอก” เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้ หากถูกล้อมมากเกินไปจะทำให้หน้าอกเกิดอาการตึง แข็ง หรือ บิดเบี้ยวได้ ดังนั้นหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว คนไข้ต้องหมั่นนวดคลึงหน้าอกเพื่อให้ถุงนมสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา จะเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าว ทำให้เต้านมเข้าที่และสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งเลอลักษณ์มีบริการนวดหน้าอกด้วยเครื่องนวดกระตุ้นไฟฟ้าให้ลูกค้าฟรี 1 ครั้งด้วย

เสริมหน้าอกกับเลอลักษณ์ดีอย่างไร

CONTACT