MesoTharapy

เมโสหน้าใส ดีอย่างไร

ถ้าหากพูดถึงการฉีดเมโสหน้าใสบอกได้เลยไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นทางลัดในการนำส่วนผสมที่มีอยู่ในครีมต่างๆ โดยเฉพาะตัวที่ดูดซึมจากการทาได้ยาก มาทำให้สามารถฉีดเข้าในชั้นผิวได้โดยตรง และออกฤทธิ์ไวขึ้น การฉีดเมโสหน้าใสจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวเพื่อให้ผิวเต่งตึง ขาวใสมากขึ้น

เมโสหน้าใสมีอยู่ 3 แบบ

  1. เน้นหน้าขาว มีส่วนผสมของวิตามินต่างๆที่ทำให้หน้าขาว เช่น vitamin ABCE, Transamin, Glutatione
  2. เน้นหน้าใส จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
  3. เน้นลดสิว แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก คอลลาเจนยังช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลงช่วยลดสิว เมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้คือ มาเด้-คอลลาเจน
การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด

เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด VS 16 จุด

การฉีดเมโสจะใช้เข็มฉีดตัวยากระจายเป็นจุดเล็กๆ ในผิวชั้นตื้นทั่วทั้งหน้าเรียกว่า mesotherapy ข้อดีของการใช้เข็มจิ้มเป็นจุดเล็กๆ ทั่วหน้า จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปด้วยในตัว แต่ข้อเสียคือ อาจเกิดรอยช้ำรอยแดง และถ้าระหว่างฉีดไม่สะอาดพอจะเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาได้

การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด

  1. เทคนิคการฉีด 16 จุด โดยจะฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง การฉีดเมโสหน้าใสแบบนี้ มีข้อดีคือ เป็นแผลน้อยกว่า รอยช้ำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ตัวยาออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า เปรียบเทียบคล้ายเราฝังตัวยาไว้ที่ต้นน้ำแล้วปล่อยให้ยาค่อยๆ ไหลกระจายออกมา เทคนิคนี้จะออกฤทธิ์ได้นานกว่าแบบสะกิดเมโสหน้าใส

ฉีดเมโสหน้าใสกี่วันถึงจะเห็นผล

หลังฉีดเมโสหน้าใส ปกติจะเริ่มเห็นผลประมาณ 3 วันหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7-14 วัน และอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน โดยปกติเมโสหน้าใสจะฉีดอาทิตย์ละครั้งใน1 เดือนแรก และหลังจากนั้นฉีดทุกๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพ เพราะเมโสหน้าใสไม่มีแบบถาวร สลายหมดไม่มีสารตกค้าง

มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก นอกจากเมโสหน้าใส

เลเซอร์หน้าใส เป็นการใช้คลื่นแสงจำเพาะเพื่อกระตุ้นเซลส์ผิวต่างๆ กระตุ้นคอลลาเจน ลดการทำงานของเม็ดสี แต่ข้อเสียคือไม่ว่าคลื่นแสงนั้นจะจำเพาะเพียงใด สำหรับผิวคนเอเชียจะมีเม็ดสีของผิวชั้นบน ทำให้ผิวชั้นบนหลุดออกบางส่วน ผิวชั้นบนมีส่วนช่วยในการป้องกันแสงแดด จึงไม่เป็นผลดีต่อผิวในระยะยาว

โบท็อกซ์หน้าใส ในชั้นผิวนอกจะมีเส้นใยเล็กๆ ที่เชื่อมลงไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เมื่อกล้ามเนื้อดึงจะทำให้เกิดริ้วรอย ในคนที่อายุ 20 ปีขึ้นไปคอลลาเจนและไขมันเริ่มลดลง จะทำให้เส้นใยเหล่านี้ดึงผิวเราได้ชัดขึ้น

Skin booster จะเป็นคอลลาเจนที่เข้มข้นกว่าเมโสหน้าใสทั่วๆ ไปอยู่ได้นานกว่า และเป็นน้ำมากกว่าฟิลเลอร์ปกติ จะสามารถแพร่กระจายในชั้นผิวได้ทั่วทุกชั้นและกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ความหย่อนของผิว มีร่องลึก และต้องการหน้าใสควบคู่กัน

Hifu เป็นคลื่นเสียง ไม่ใช่แสง จึงไม่มีผลเสียต่อผิวชั้นนอก ทำให้ชั้นหนังแท้หดตัว คล้ายๆ การเย็บให้ผิวตึง และใสขึ้น

ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส

เมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. นั่นหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยัน ที่มาและแหล่งผลิตได้ รวมถึงไม่มั่นใจว่าตัวยาที่อยู่ในเมโสนั้นๆ จะเกิดผลเสียในระยะยาวหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือฮอร์โมน ก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่ม แต่เมื่อฉีดไปนานๆ 1-2 ปี จะทำให้ชั้นผิวบางลง เกิดฝ้า ผิวไวต่อแดดและเกิดริ้วรอยก่อนวัย บางทีอาจจะถึงขั้นเกิดมะเร็งได้

CONTACT

Leave a reply