PRP

PRP คืออะไร ที่นี่มีคำตอบ

ส่วนประกอบของเลือด ที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดเป็น 3-8 เท่าของระดับเกล็ดเลือดปกติ โดยการทำ PRP เป็นการนำเอาเลือดของตัวคนไข้เอง มาผ่านขบวนการเครื่องสกัดเฉพาะ เพื่อคัดแยกเกล็ดเลือด ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เกิดสารบำรุงที่สุดยอดมากเรียกว่า “Growth Factor” เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ และริ้วรอยต่างๆ รวมถึงช่วยกระตุ้นการเติบโต มีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว เซลล์ Fibroblast จะถูกกระตุ้นให้เติบโต เพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ๆ กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวหนังที่เหี่ยวย่นดูตึงกระชับ องค์รวมผิวดูเปล่งปลั่งสดใสและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจากเป็นเลือดของตัวเอง

PRP ฟื้นฟูและบำรุงผิวหน้าด้วยเกล็ดเลือด

ผลลัพธ์จากการทำ PRP
  1. ใบหน้าดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ภายใน 1 สัปดาห์
  2. ซ่อมแซมปัญหาผิวหนังแบบครบองค์รวม
  3. ผิวเรียบเนียนกระชับ
  4. ลดรอยดำสิว จุดด่างดำ
  5. ลดความเข้มของฝ้า
การทำ PRP เหมาะกับใครบ้าง

– ปัญหาบริเวณที่มีความยืดหยุ่นน้อย เนื่องจาก Collagen และ Elastin ลดลง

– ปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก

– ผิวมีรอยเหี่ยว เล็กน้อย

– ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าในบริเวณหางตา หน้าผาก ลำคอ

– บริเวณที่มีแผลเป็น

– ปัญหารอยสิว

– ปัญหา ผิวหน้าแห้ง

– ปัญหามีรอยหลุม ลึก บนใบหน้า

33533-Converted-400x275 ศัลยกรรม เลอลักษณ์
ข้อห้ามในการทำ PRP

– มะเร็งผิวหนัง รวมถึงมีประวัติเคยเป็น เช่น squamous cell carcinoma, basal cell carcinoma และ melanoma เป็นต้น

– ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย เคมีบำบัด(คีโม) และ สเตียรอยด์

– โรคทางผิวหนังอื่น ๆ

– ผู้ที่ได้รับ anticoagulation, แอสไพริน หรือ ได้รับ anti-platelet อื่น ๆ

– ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบเลือดและเกร็ดเลือด

– ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรง

– ผู้ที่เป็นโรคตับ

– ผู้ที่มีโรคทางภูมิคุ้มกันต่อตนเอง (autoimmune)

– ผู้ที่รับประทานวิตามินอี หรือสารที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว

ขั้นตอนในการทำ
  1. แพทย์จะทำการเจาะเลือด ประมาณ 15-20 cc เพื่อนำเลือดมาทำการสกัดผ่านการใช้เครื่อง Centrifuge เพื่อแยกส่วนของเลือด และน้ำออกจากกัน เพื่อที่จะได้เกล็ดเลือดที่เข้มข้น และสมบูรณ์ที่สุด โดยมีการแยกชั้นของเซลล์ออกเป็น 3 ส่วน คือ

– เกล็ดเลือดที่ไม่เข้มข้น

– เซลล์เม็ดเลือดขาว + เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP)

– เซลล์เม็ดเลือดแดง

  1. PRP ที่ได้จะประมาณ 5-7 มิลลิลิตร หลังจากที่ได้สเต็มเซลล์แล้ว แพทย์ก็จะทำการฉีดสเต็มเซลล์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไข ด้วยลักษณะของการฉีดคือ ฉีดลงไปในผิวหนักชั้นตื้น ให้กระจายทั่วทั้งใบหน้า เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว และเสริมสร้างโปรตีนให้กับผิวที่จะช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยเป็นการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนภายในผิวหนังชั้นใน และยังรวมไปถึงเซลล์ต้นกำเนิดด้วย
ระยะเวลาเห็นผล

โดยปกติจะเห็นผลหลังการทำไปแล้ว 2-4 สัปดาห์ สำหรับผลลัพธ์นั้นก็อาจแตกต่างกันไป เพราะเลือดของแต่ละคนมีความแข็งแรงและสมบูรณ์ต่างกัน ซึ่งสำหรับการทำ 1 ครั้งจะอยู่ได้นาน 1-2 ปี

Leave a reply